Open on Mon – Fri 09:00-18:00

facebook technicalbiomed
Juliet เลเซอร์ฟื้นฟูสุขภาพภายในสตรี

ช่องคลอดแห้ง ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

ช่องคลอดแห้ง

ช่องคลอดแห้ง ปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรมองข้าม

ช่องคลอดแห้ง (Vaginal Dryness) เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับสาวๆ ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะสาวรุ่นใหญ่ วัย 40+ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกไม่สบายทางกาย ไปจนถึงการได้รับผลกระทบด้านลบต่อชีวิตคู่ (Sexual Health) ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้าง Sensitive และไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึงหรือกล้าเปิดเผยมากนัก แต่ในปัจจุบันนี้โลกและสังคมของเราได้มีความเปิดกว้างมากขึ้นในทุก ๆ ด้าน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ผู้หญิงอย่างเราจะได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ว่า “เรื่องจุดซ่อนเร้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย” แต่ควรศึกษาทำความเข้าใจเพื่อให้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและวิธีการรับมือเมื่อเกิดปัญหาได้ทันท่วงที เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของจุดซ่อนเร้นของเรา

ปัญหาช่องคลอดแห้งเกิดจากอะไร?

โดยปกติแล้ว ภายในช่องคลอดจะมีสารหล่อลื่น ที่มีลักษณะเป็นเมือกใส เหนียวหนืด มีหน้าที่หลักในการช่วยลดการเสียดสี และเพื่อช่วยให้เซลล์อสุจิสามารถผสมกับเซลล์ไข่ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งสารหล่อลื่นตามธรรมชาตินั้น ถูกผลิตขึ้นโดยต่อมผลิตสารคัดหลั่งที่อยู่ในชั้น  Mucosa ที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นตัวควบคุม แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีสิ่งเร้าภายนอกมารบกวน เช่น การทานยาบางชนิด การป่วยเป็นโรคบางประเภท (Sjogren’s Syndrome) ทำให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงหรือขาดไป ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตสารคัดหลั่งเพื่อการหล่อลื่นได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้เยื่อบุช่องคลอดขาดความชุ่มชื้น จนเกิดเป็นภาวะช่องคลอดแห้ง (Vaginal Dryness) ขึ้น รวมทั้งการสวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินไป ก็ส่งผลให้เกิดภาวะช่องคลอดแห้งได้เช่นกัน ผลที่ตามมาอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติ ดังเช่น

  • มีอาการระคายเคือง แสบร้อน ภายในช่องคลอด
  • เจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลง
  • ปัสสาวะบ่อย แสบขัด หรือมีอาการปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย
  • เมื่อตรวจภายในมักพบว่าช่องคลอดมีลักษณะแห้งและซีด รวมถึงปากมดลูกอาจแบนไปกับช่องคลอด
  • อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้

ช่องคลอดแห้ง รักษาได้ไหม?

ระดับความรุนแรงของอาการช่องคลอดแห้งจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ในหญิงบางคนอาการอาจดีขึ้นได้เอง บางคนมีอาการน้อย แต่ในบางคนก็มีอาการมากจนกระทบต่อชีวิตประจำวันรวมทั้งปัญหาด้านชีวิตคู่ได้ ซึ่งแนวทางการรักษาปัญหาช่องคลอดแห้งนี้ มีหลากหลายวิธีแตกต่างกันออกไป

  • การใช้ Hormone ทดแทน (Hormone Replacement Therapy: HRT) มักเป็นสารออกฤทธิ์ในการเริ่มระดับเอสโตรเจนให้ร่างกาย นอกจากรักษาอาการช่องคลอดแห้ง ยังช่วยรักษาอาการต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วยวัยหมดประจำเดือนได้ เช่น อารมณ์หงุดหงิด ร้อนวูบวาบ ต่างๆ และในการรักษาวิธีนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
  • รักษาสุขอนามัยของจุดซ่อนเร้น หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือสารเคมีต่างๆ ซึ่งเป็นการทำลายสภาวะความสมดุลของช่องคลอดให้เสียไป
  • ใช้สารเพิ่มความชุ่มชื้นเฉพาะจุด อาจมาในรูปแบบของยาทาหรือยาเม็ดสอดในช่องคลอด ออกฤทธิ์โดยอาศัยการปล่อยเอสโตรเจนออกมา เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่บริเวณช่องคลอด
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เช่น เลือกทาน “โยเกิร์ต” บ้าง เพื่อช่วยเพิ่มแบคทีเรียที่จำเป็นซึ่งป้องกันการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียต่างๆ ภายในช่องคลอด หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ที่มีสารฟลาโวนอยด์ซึ่งมีส่วนประกอบของฮอร์โมนเอสโตรเจน เพื่อเพิ่มสารหล่อลื่นตามธรรมชาติได้

สุดท้ายนี้ ปัญหาต่าง ๆ ของจุดซ่อนเร้น ไม่ใช่เรื่องที่น่าอาย แต่เป็นเรื่องที่เราควรทำความเข้าใจและกล้าเปิดใจยอมรับมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันการเกิดปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับเราหรือคนสำคัญของเรา เช่น คุณแม่ หรือ คนรู้จักที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแพทย์สมัยใหม่ ที่ช่วยเพิ่มทางลัดในการฟื้นฟูจุดซ่อนเร้น ซึ่งมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เลือกหลากหลาย เช่น การใช้คลื่นความถี่วิทยุ การใช้แสงเลเซอร์ ซึ่งทั้งสองเทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาช่องคลอดแห้งเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยปรับสภาพผิว กระชับทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งยังแก้ปัญหาปัสสาวะเล็ดได้อีกด้วย

Reference

  • https://www.pobpad.com/ช่องคลอดแห้ง
  • https://www.samitivejhospitals.com/th/ช่องคลอดแห้ง/
ปัสสาวะเล็ด

รับมือภาวะปัสสาวะเล็ดอย่างไร? ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

ปัสสาวะเล็ด

รับมือภาวะปัสสาวะเล็ดอย่างไร? ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน

ปัญหาอันดับต้นๆ ของผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน นอกจากการแปรปรวนของภาวะทางอารมณ์เเล้ว ยังมีอีก 1 ปัญหาที่สร้างความกังวลอย่างมาก นั่นคือ ภาวะปัสสาวะเล็ด Stress urinary incontinence (SUI) ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสภาวะจิตใจ โดยผู้หญิงอย่างเรามักเลือกที่จะเก็บปัญหาเหล่านี้ไว้ บางคนอายจนถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมทางสังคม ไม่ยอมออกนอกบ้าน และไม่กล้าขอคำปรึกษาหรือเข้าพบกับเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันหรือทำการรักษาปัญหาเหล่านี้ จนก่อให้เกิดอาการลุกลามยากเกินรักษาให้หายได้

ปัสสาวะเล็ด

จากผลสำรวจของ บริษัท ยูนิ.ชาร์ม (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิง พบว่า กว่า 60% ของผู้หญิงเริ่มมีอาการปัสสาวะเล็ดครั้งแรกในช่วงอายุ 30-40 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นแปรผันตรงกับอายุ นอกจากนี้ปัญหาปัสสาวะเล็ดนั้นสามารถพบได้ในผู้หญิงกว่า 25% จากทั่วโลก พบในต่างประเทศ 6% และไทยประเทศไทยสูงถึง 20% ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทุกช่วงอายุ แต่พบมากในผู้หญิงหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

 

หญิงไทยส่วนใหญ่ มักรู้สึกเขินอายต่อปัญหาที่เกี่ยวกับจุดซ่อนเร้น ซึ่งผลการสำรวจได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อพบปัญหาปัสสาวะเล็ดผู้หญิงไทยกว่า 62.2% เลือกแก้ปัญหาดังกล่าวโดยการใช้แผ่นอนามัยสำหรับรองรับปัสสาวะ, 22.3% เลือกใช้สินค้าที่ออกแบบมาสำหรับผู้มีปัญหาปัสสาวะเล็ด และมีเพียง 4.7% เท่านั้นที่หาวิธีการรักษาอย่างตรงจุด

 

ปัญหาปัสสาวะเล็ด โดยมากเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานมีความหย่อนตัวลง หรือหูรูดท่อปัสสาวะหดรัดตัวได้ไม่ดี ทำให้มีอาการกลั้นปัสสาวะได้ไม่ดีในขณะที่ความดันในช่องท้องสูงมากขึ้น เช่น ขณะไอ หรือ จาม ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอายุที่เพิ่มมากขึ้น ภาวะโรคต่างๆ ภาวะขาดฮอร์โมนเพศ การผ่าตัดที่อาจส่งผลกระทบ การใช้ยาบางชนิด รวมทั้งการคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ

 

สำหรับการรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดตามวิธีดั้งเดิมมีหลากหลายวิธี เช่น การใส่อุปกรณ์ช่วยพยุงในช่องคลอด (Vaginal Pessary), การฝึกขมิบกล้ามเนื้อกระดูกเชิงกราน (Kegel Exercise), ไปจนถึงการผ่าตัด ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาพักฟื้น หรือใช้เวลารักษาที่ยาวนาน ซึ่งเหมาะกับการรักษาภาวะปัสสาวะเล็ดในระยะที่เริ่มยากต่อการรักษา

ปัสสาวะเล็ด

เเต่ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ เพื่อการรักษาปัญหาปัสสาวะเล็ดในระยะเริ่มต้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามได้ ดั่งนวัตกรรม Juliet – the feminine laser treatment ด้วยเทคโนโลยี Erbium:YAG laser Class 4 จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่จำเพาะเจาะจงต่อการดูดซับน้ำที่เนื้อเยื่อ ซึ่งให้ผลในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อคืนความยืดหยุ่นและเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยให้เยื่อบุผิวช่องคลอดมีความหนา และนุ่มมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังสามารถปรับสภาพผิวบริเวณภายนอกช่องคลอด และเพิ่มความกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ลดอาการปัสสาวะเล็ด
  • เพิ่มความกระชับ
  • ลดปัญหาช่องคลอดแห้งระคายเคือง
  • คืนความชุ่มชื่นให้ช่องคลอด
  • ช่วยฟื้นฟูทั้งภายในช่องคลอดและผิวภายนอก

Juliet เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาที่สร้างความกังวลใจของคุณผู้หญิงได้หลังทำการรักษาเพียงครั้งเดียว ใช้เวลารักษาสั้นเพียง 30 นาที อีกทั้งตัวแอปพลิเคเตอร์ Steri Spot เป็นแบบ Single-use เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการใช้ซ้ำ ทำให้มั่นใจได้ถึงความสะอาดและปลอดภัย ซึ่งผ่านการรักษาในหญิงสาวทั่วโลกมาเเล้วกว่า 5 ล้านคน ให้ผลการรักษาที่ยาวนาน ทั้งได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจาก THAI & USFDA

Reference

  1. https://th.lifree.com/th/nyoumore/experience/data.html