การรักษาฝ้าเรื้อรัง (Refractory Melasma) ในคนเอเชียด้วย Picosecond Alexandrite Laser
Niwat Polnikorn, MD , Emil Tanghetti, MD
การรักษาฝ้านั้น เป็นเรื่องที่สร้างความหงุดหงิดใจต่อทั้งผู้ป่วยและผู้ทำการรักษา ซึ่งวิธีการหลักที่ใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลกคือ การรักษาด้วย Hydroquinone แต่เมื่อมีการใช้ในระยะยาวหรือความเข้มข้นสูงอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้ หรืออาจเกิด Paradoxical hyperpigmentation ได้ในบางกรณี สำหรับทางเลือกในการรักษาด้านอื่นๆ เช่น การใช้ chemical peeling หรือเครื่องมือแพทย์ชนิด fractional ablative อื่นๆ อาจให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงได้สูง อีกทั้งในหลายครั้งก็อาจทำให้ฝ้าเหล่านั้นกลับมาเกิดใหม่ได้อีก
สำหรับจุดมุ่งหมายของงานวิจัยฉบับนี้เน้นเพื่อการศึกษาความแตกต่างของการรักษาฝ้าเรื้อรังด้วย Picosecond Alexandrite laser (PicoSure) โดยการใช้ diffractive lens array (Focus lens array) เทียบกับ การใช้ Flat optic lens ในกลุ่มผู้หญิงชาวเอเชียที่มีฝ้าเรื้อรัง จำนวน 60 คนที่มี Fitzpatrick Skin Type IV-VI ซึ่งผู้ร่วมวิจัยทุกคนจะต้องหยุดการรักษาฝ้าด้วยวิธีการเดิมก่อนอย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน โดยการวิจัยนี้จะแบ่งผู้ร่วมวิจัย เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ประกอบด้วยผู้ร่วมวิจัย 19 คน ทำการรักษาฝ้าด้วย Flat optic lens กลุ่มที่สอง ประกอบด้วย ผู้ร่วมวิจัย 41 คน ทำการรักษาฝ้าด้วย Diffractive lens array
โดยทั้งสองกลุ่มจะทำการรักษาทุกๆ 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 3 เดือน (รวมทั้งหมด 6 ครั้ง) ร่วมกับการใช้ครีมกันแดด SPF50 PA++++ และป้องกันการเกิด Hyperpigmentation ด้วย 4% Alpha Arbutin และ 15% Ascorbyl phosphate palmitate sodium มีการติดตามและวิเคราะห์ผลเป็นเวลา 6 เดือน โดยบันทึกผลด้วยการถ่ายภาพจากกล้องดิจิตอล ความละเอียด 20 MegaPixels และวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของค่า Melasma Severity Index (MSI) ทั้งก่อนการรักษา , หลังการรักษา 3 เดือน และหลังการรักษา 6 เดือน โดยผลลัพธ์จากการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ได้รับการรักษาฝ้าเรื้อรังด้วย Diffractive lens array (Focus lens) มีค่า MSI ที่ดีกว่าอีกกลุ่มหนึ่งถึง 18.5% ดังต่อไปนี้
- กลุ่มแรก ทำการรักษาด้วย Flat optic lens มีค่า MSI ที่ดีขึ้น 57.2% อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) และผู้ร่วมวิจัยกว่า 77.8% พึงพอใจในผลลัพธ์ของการรักษา
- กลุ่มที่สอง ทำการรักษาด้วย Diffractive lens array มีค่า MSI ที่ดีขึ้น 75.7% อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.001) และผู้ร่วมวิจัยกว่า 93.0% พึงพอใจในผลลัพธ์ของการรักษา
ดังนั้นจากงานวิจัยฉบับนี้ แสดงให้เห็นว่า Picosecond Alexandrite Laser พร้อมด้วย Flat lens และ Diffractive Lens สามารถรักษาผู้ป่วยชาวเอเชียแม้อยู่ในสภาพอากาศที่มีแสงแดดจัดได้มีประสิทธิภาพ
Reference :
Niwat P, Emil T, Treatment of Refractory Melasma in Asians With the Picosecond Alexandrite Laser, Dermatol Surg 2020; 00: 1-6
Share this post
Venus Viva MD นวัตกรรม NanoFractional RF เพื่อการรักษาหลุมสิว
Venus Viva MDนวัตกรรม NanoFractional RF เพื่อการฟื้นฟูห
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ Nanofractional Radio Frequency เพื่อการรักษารอยแตกลาย
ประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ Nanofractional Radio
งานวิจัยการรักษาฝ้าเรื้อรังในคนเอเชียด้วย Picosecond Alexandrite Laser
การรักษาฝ้าเรื้อรัง (Refractory Melasma) ในคนเอเชียด้วย
งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Liposuction
งานวิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ Water-Assisted Lip
ผลการ Combined เครื่อง Legacy กับเทคโนโลยีความเย็นเพื่อลดสัดส่วน
ผลการผสานเทคโนโลยีความเย็น และ Multi-Polar RF ร่วมกับ V
งานวิจัย 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction
งานวิจัย 1060 nm Diode Laser for Fat Reduction หนึ่งในง